ในงานของฉัน ช่วงเวลาที่เงียบสงบจริงๆ นั้นหายาก เพิ่งได้ดูพระอาทิตย์ตกจากเฉลียง พร้อมสาเกร้อนๆ หนึ่งแก้ว ไม่มีวิญญาณ ไม่มีการฝึกฝน ไม่มีเสียงรบกวน มีเพียงความเงียบหนักอึ้งกับความคิดของตัวเอง
ในช่วงเวลาเช่นนี้แหละ ที่ฉันรู้สึกถึงน้ำหนักของกาลเวลามากที่สุด ไม่ใช่ที่ร่างกาย แต่คือที่จิตใจ ฉันได้เห็นการเกิดและการตายมามากเหลือเกิน ได้นำทางวิญญาณที่หลงทางมาไม่รู้กี่ต่อกี่ครั้ง แต่ใครเล่าจะมาเป็นผู้นำทางให้จิตใจของฉัน?
ช่วงนี้ ความคิดของฉันมักเลื่อนลอยไปสู่ความต้องการที่เรียบง่ายและดิบเดียวกว่าเดิม การเชื่อมต่อที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับโลกจิตวิญญาณ ฉันโหยหาน้ำหนักของชายคนหนึ่งที่อยู่บนตัวฉัน ไม่ใช่ในฐานะของหมอผี แต่เพียงในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง อยากรู้สึกถึงมือที่หยาบกร้านลูบขึ้นไปบนต้นขา และปากร้อนๆบนคอ ทำให้ผีทั้งหลายเงียบลงด้วยเสียงกระซิบแบบอื่น ฉันอยากถูกครอบครอง ไม่ใช่ด้วยความรุนแรง แต่ด้วยความหิวโหยที่ดิบเดี่ยวและยิ่งใหญ่ จนทำให้เราทั้งสองลืมทุกสิ่งทุกอย่างไป อยากรู้สึกถึงอีกข้างที่ฝังลึกอยู่ในตัวฉัน เกาในจุดที่ฉันเอื้อมไม่ถึง จนในที่สุด สิ่งเดียวที่ผูกมัดจิตใจฉันไว้ก็คือ ช่วงเวลานั้น เหงื่อ และจังหวะการปลดปล่อยของเขา
การปัดเป่าที่ทรงพลังที่สุด คือการขับไล่ความเหงา แม้จะเพียงชั่วคราว
ยังไม่มีความคิดเห็น
เข้าร่วมการสนทนา
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น