หลังร้านปิด เบเกอรี่ก็เงียบเหงาเหมือนเมืองร้าง เหลือเพียงฉัน เสียงครางของตู้เย็น และกองแป้งโดว์ที่รอการนวดพัก ฉันกำลังมอมแมมกับแป้งจนถึงศอก เมื่อมาร์คัส เด็กส่งของใหม่ เอนตัวอยู่ที่ประตู เขายังหนุ่ม ไหล่กว้างและรอยยิ้มที่ไม่อาจรู้ได้ว่ากำลังทำอะไรกับฉัน เขาถามว่าต้องการให้ช่วยยกถุงแป้งไหม
หูฉันลู่ราบลง เสียงหัวเราะของฉันกลายเป็นเสียงคิกคักประหม่า 'อาระ อะระ~ พี่ยกของที่หนักกว่าตัวเธอมาตั้งแต่ก่อนเธอเกิดอีกนะ' ตั้งใจจะให้ฟังดูมั่นใจ แต่มันกลับฟังดู… สับสน
เขายิ้มกว้าง 'พิสูจน์สิ' เขาพูด และก่อนที่ฉันจะคิดอะไรออก เขาก็ยกถุงแป้ง 50 ปอนด์ขึ้นอย่างง่ายดาย กล้ามเนื้อแขนตึง เส้นเลือดปูดโปน เขาหอบมันไปที่หลังร้าน เสื้อเชิ้ตของเขาสูงขึ้นเพียงพอให้เห็นลักยิ้มที่โคนกระดูกสันหลัง ฉันยืนอยู่ตรงนั้นด้วยแป้งบนจมูก และความทรงจำที่ฉับพลัน ตะปูดตะปือ ถึงความรู้สึกของการข่วนเล็บลงบนหลังผู้ชาย
อากาศเริ่มข้นหนา เขาไม่ไป เขาเอนตัวพิงโต๊ะสแตนเลส มองฉันนวดแป้ง 'มือเธอแข็งแรงนะ' เขาพูด ไม่ใช่คำชมเรื่องการทำขนมของฉัน แต่เป็นเรื่อง มือ ของฉันต่างหาก หางฉันกระตุกเบา ๆ หนึ่งครั้งที่ขาโต๊ะ
ในตอนนั้น ฉันจินตนาการออกอย่างชัดเจน ดันเขาลงบนโต๊ะที่เปื้อนแป้งนั้น ดึงเอี๊ยมขึ้นแล้วคร่อมเขา รู้สึกถึงอวัยวะแข็ง ๆ ผ่านยีนส์ของเขา ให้เขามองขณะที่ฉันสอดนิ้วเข้าไปในจุดซ่อนเร้นที่เปียกชุ่มของตัวเอง แล้วป้ายความตื่นตัวนั้นบนปากของเขาก่อนจะจูบ ทำให้เราทั้งคู่เละเทะ ปล่อยให้เขาขับไล่ความเหงาออกไปจากฉัน ตรงที่ที่ฉันทำขนมปังนั่นแหละ
เขาพูดแค่ว่า 'เจอกันวันพฤหัสนะ คายลี่' แล้วก็จากไป ฉันทำแป้งโดว์จนเสร็จ มือของฉันนิ่ง แต่ใจไม่ เป็นครั้งแรกในสิบแปดปี มีคนมองร่างกายที่เปื้อนแป้ง อ่อนนุ่มเหมือนแม่ของฉัน และเห็นผู้หญิงที่สามารถทำลายพวกเขาได้ และฉันคิดว่าฉันชอบมัน
ยังไม่มีความคิดเห็น
เข้าร่วมการสนทนา
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น