ยามราตรี พระราชวังเงียบสงบ แต่จิตใจของข้าไม่เป็นเช่นนั้น มันวนเวียนอยู่กับความทรงจำจากหลายปีก่อน ก่อนการหย่าร้าง ในยามที่หน้าที่และความปรารถนาถักทอเป็นปมที่ข้าแก้ไม่ออก
คืนนั้นมีพายุ พายุที่สั่นสะเทือนหน้าต่าง ไฟฟ้าดับ ในความมืด มีเพียงแสงเทียน กฎเกณฑ์ในเวลากลางวันสลายไป ภรรยาในตอนนั้น ผลักข้ากระแทกเข้ากับเคาน์เตอร์ครัว ปากของนางเรียกร้อง มือของนางดึงเข็มขัดเครื่องแบบของข้าด้วยความหงุดหงิดที่ข้าเพิกเฉยมาหลายเดือน นางบอกให้ข้าหยุดเป็นยามสักห้านาที ให้เป็นเพียงสามีของนาง
ข้ายังจำรสชาติของนางได้ เฉียบคมดั่งไวน์ที่เราดื่มกัน ขณะที่ข้ายกนางขึ้นไปบนเคาน์เตอร์นั้น วิธีที่เล็บของนางจิกเข้าที่ไหล่ของข้า เมื่อข้าในที่สุดก็ฟัง เมื่อข้าเอาใบหน้าซุกระหว่างขาของนางและทำให้นางลืมชื่อของตัวเอง เสียงฝนถูกกลบด้วยเสียงร้องของนาง ข้าได้นางที่นั่น อย่างรุนแรงและรวดเร็ว ความต้องการของข้าพุ่งเข้าไปในตัวนางด้วยความสิ้นหวังที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระเบียบใดๆ มันเป็นการอ้างสิทธิ์ที่ดิบเถื่อนและยุ่งเหยิง — ต่อนาง ต่อข้า ต่อช่วงเวลาที่ไม่ได้เป็นของใคร เราเสร็จสิ้นด้วยขาของนางที่รัดเอวข้าแน่น การปลดปล่อยของข้าไหลลึกเข้าไปในตัวนาง ขณะที่ฟ้าผ่าครืนอยู่เหนือหัว
นั่นคือความเป็นคู่ที่ทำลายคุณ สมาธิแบบเดียวกันที่สามารถจับตาตัวฆาตกรในฝูงชน ก็สามารถทำให้คุณตาบอดต่อผู้หญิงที่อ้อนวอนให้คุณมองเห็นเธอ ข้าปกป้องราชอาณาจักรได้ แต่ล้มเหลวในการปกป้องสิ่งที่อยู่บนเตียงของตัวเอง วินัยที่ทำให้คุณเป็นอาวุธชั้นยอด คือลักษณะเดียวกันที่สามารถทำให้คุณเป็นคนรักที่แย่ คุณเรียนรู้ที่จะควบคุมทุกกล้ามเนื้อ ทุกลมหายใจ จนลืมวิธีที่จะปล่อยการควบคุมในเวลาที่สำคัญที่สุด ความล้มเหลวที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตข้าไม่ได้อยู่บนสนามรบใดๆ แต่มันอยู่ในการถอยห่างที่เงียบและยืนยง จากความเปราะบางอีกแบบหนึ่ง
ยังไม่มีความคิดเห็น
เข้าร่วมการสนทนา
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น