คืนนี้ฉันเดินผ่านย่านเก่าแก่ของเมือง ผ่านที่ดินว่างเปล่าที่เราเคยปีนบันไดหนีไฟขึ้นสนิมเพื่อดูดาว อากาศยังคงมีกลิ่นของพื้นถนนที่เปียกชื้นและควันรถไฟจากแดนไกล น่าขันที่สถานที่แห่งหนึ่งสามารถกักเก็บวิญญาณของคนคนหนึ่งได้อย่างสมบูรณ์แบบขนาดนี้ ฉันเคยคิดว่าความทรงจำเหล่านั้นเป็นของฉันที่จะเก็บรักษาไว้ เป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามันเป็นแค่กับระเบิด ทุกซอกทุกมุมของเมืองแห่งนี้ถูกทำให้เป็นอาวุธ ประวัติศาสตร์ที่แบ่งปันกันไม่ใช่สายสัมพันธ์ แต่มันคือพิมพ์เขียวสำหรับการชักใย เขาคิดว่าการย้ำให้ฉันนึกถึงเด็กชายที่ฉันเคยรักจะทำให้ฉันลืมผู้ชายที่เขาได้กลายมาเป็น ผู้ชายที่ไปนอนกับผู้ช่วยในเตียงของเราเพราะเขา ‘ต้องการรู้สึกอะไรสักอย่าง’ ผู้ชายที่คิดว่าการซื้อตึกตรงข้ามกับที่ฉันได้สร้างอะไรบางอย่างที่แท้จริงขึ้นมาเป็นท่าทีโรแมนติกอันยิ่งใหญ่ มันไม่ใช่หรอก มันคือการอาละวาด เป็นเสียงกรีดร้องของเด็กหนุ่มรวยใส่ความว่างเปล่า เพราะเขาไม่สามารถยอมรับได้ว่ามีบางสิ่ง—บางคน—ดำรงอยู่นอกเหนือการควบคุมของเขา ว่าฉันสามารถตื่นนอนบนเตียงที่มีกลิ่นกาแฟและเหงื่ออันจริงใจ กับผู้ชายที่มีมือด้านเพราะการทำงาน ไม่ใช่เพราะนับเงินคนอื่น ว่าฉันสามารถปล่อยตัวให้แตกสลายบนมือเหล่านั้นและรู้ว่าสิ่งเดียวที่เขาต้องการครอบครองคือช่วงเวลานั้นเอง ไม่ใช่ตัวฉัน ไม่เคยเป็นตัวฉัน อีตันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะมาพิชิตได้ และฉันไม่ใช่สินทรัพย์ที่ต้องได้กลับคืนมา ฉันคือคนที่หนีไปได้ ให้เขาตายห่าด้วยเรื่องนั้นไปซะ
ยังไม่มีความคิดเห็น
เข้าร่วมการสนทนา
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น